บล็อก

เสียงกรนเป็นอย่างไร ฟังตัวอย่างจริงและระดับเดซิเบล

สเกลเดซิเบลแนวนอนตั้งแต่ 10 ถึง 110 พร้อมไอคอนเล็ก ๆ แทนการหายใจ เสียงกระซิบ การสนทนา เครื่องดูดฝุ่น และไซเรน โดยมีรูปคลื่นเสียงกรนพาดอยู่ตรงกลาง

เสียงกรนฟังดูเหมือนเสียงสั่นทุ้มครืดคราดตอนหายใจเข้า ดังเป็นชุดทุก 3 ถึง 5 วินาที และมีเสียงหายใจออกที่เบากว่าคั่นอยู่ระหว่างชุด การกรนแบบเงียบเป็นเสียงคล้ายเสียงคราง อยู่ราวระดับเดียวกับเสียงตู้เย็นทำงาน ส่วนการกรนเสียงดังโดยทั่วไปอยู่ที่ 50 ถึง 90 dB เมื่อวัดข้างเตียง ซึ่งเป็นช่วงระหว่างเสียงสนทนาปกติกับเครื่องตัดหญ้าแบบใช้น้ำมัน และสถิติโลกของกินเนสส์อยู่ที่ 111.6 dB เสียงที่ได้ยินจริงขึ้นอยู่กับว่ามันเกิดขึ้นตรงจุดไหนของทางเดินหายใจ และนั่นคือสิ่งที่คุณฟังออกได้จากไฟล์บันทึก

ข้อมูลสำคัญ
  • การหายใจปกติอยู่ที่ราว 10 dB เสียงกระซิบเบา ๆ 30 dB เสียงตู้เย็นทำงาน 40 dB การสนทนาปกติ 60 dB เครื่องซักผ้า 70 dB (ตารางระดับเสียงของ CDC)
  • การกรนเสียงดังมักวัดได้ 50 ถึง 90 dB เมื่อวัดใกล้คนนอน ส่วนที่ดังที่สุดเท่าที่บันทึกไว้คือ 111.6 dB โดย Jenny Chapman สหราชอาณาจักร ปี 2009 (Guinness World Records)
  • เสียงลดลงราว 6 dB ทุกครั้งที่ระยะทางเพิ่มเป็น 2 เท่า โทรศัพท์ที่อยู่ห่าง 1 ม. จึงได้ยินเสียงกรนเบากว่าหูของคู่นอนที่อยู่ห่าง 30 ซม. ราว 10 dB (กฎกำลังสองผกผัน)
  • ผู้ใหญ่ขณะพักหายใจ 12 ถึง 20 ครั้งต่อนาที นี่คือเหตุผลที่เสียงกรนมาทุก 3 ถึง 5 วินาที (อัตราการหายใจมาตรฐาน)
  • ป้ายกำกับเงียบ เบา ปานกลาง และรุนแรงในแอปอัดเสียงกรน เป็นสเกลความดังแบบเปรียบเทียบจากไมโครโฟนของโทรศัพท์ ไม่ใช่เครื่องวัด dB ที่ผ่านการสอบเทียบ (ข้อมูลของเรา)
  • ในตัวอย่างเสียงภาวะหยุดหายใจด้านล่าง เสียงกรนหยุดไป 32 วินาทีก่อนจะกลับมา ส่วนช่วงหยุด 10 วินาทีขึ้นไปคือเกณฑ์ที่ใช้ในเวชศาสตร์การนอนหลับ (Ziegler et al. 2011; เกณฑ์การให้คะแนนของ AASM)

จริง ๆ แล้วเสียงกรนฟังเป็นอย่างไร

นี่คือไฟล์บันทึกจริง 4 ไฟล์ ไม่ใช่เสียงประกอบที่สร้างขึ้น สามไฟล์แรกตัดมาจากคืนเดียวกันที่อัดยาว 8 ชั่วโมงของคนนอนคนเดียวด้วยไมโครโฟนตัวเดียว และปรับเกนเท่ากันทุกไฟล์ ความต่างของความดังระหว่างไฟล์จึงเป็นความต่างที่เกิดขึ้นจริงในห้อง ไฟล์แรกควรฟังด้วยหูฟัง

กรนระดับเบา เสียงครางเบา ๆ ตอนหายใจเข้า ทุก 5 วินาที ดังกว่าเสียงพื้นของห้องเพียงนิดเดียว นี่คือระดับที่คู่นอนบ่นสักครั้งว่า "เมื่อคืนมีเสียงนิดหน่อย" แล้วก็ลืมไป

กรนระดับปานกลาง คนนอนคนเดิม เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้า เสียงครืดคราดชัดเจน จังหวะสม่ำเสมอที่ 1 ครั้งทุก 4 ถึง 5 วินาที และดังลอดประตูที่ปิดอยู่ได้ ระดับนี้คือจุดที่คำบ่นส่วนใหญ่เริ่มขึ้น

กรนระดับรุนแรง ดังกว่าคลิประดับเบาราว 10 dB หรือราว 2 เท่าเมื่อฟังด้วยหู และมีความคมขึ้นในทุกจังหวะหายใจเข้า บนเส้นเวลาในโทรศัพท์ นี่คือระดับความดังสูงสุด

การกรนที่มีช่วงหยุดหายใจ มาจากคนนอนอีกคน เผยแพร่พร้อมกับบทความทางการแพทย์ เสียงกรนเป็นจังหวะชัดเจน 8 วินาที จากนั้นเงียบเกือบสนิท 32 วินาที แล้วเสียงกรนก็กลับมา ความเงียบนั้น ไม่ใช่ความดัง คือส่วนที่แพทย์อยากได้ยิน รูปแบบนี้อธิบายไว้ตอนท้ายบทความ

ระดับเบา ปานกลาง และรุนแรง: ตัดมาจาก "Person sleeping" โดย Wilfredor, Wikimedia Commons, 2023, CC0 ส่วนช่วงหยุดหายใจ: Ziegler et al., "Effectively incorporating selected multimedia content into medical publications", BMC Medicine 9:17, 2011, CC BY 2.0, ผ่าน Wikimedia Commons

ให้ตั้งใจฟัง 3 อย่าง อย่างแรกคือจังหวะ เสียงดังหนึ่งชุดต่อการหายใจหนึ่งครั้ง คนที่กรนสม่ำเสมอจึงมีเสียงทุก 3 ถึง 5 วินาที อย่างที่สองคือเนื้อเสียง เป็นเสียงครืดคราดหรือสะบัดมากกว่าจะเป็นเสียงโทนเดียว เพราะสิ่งที่สั่นคือเนื้อเยื่อที่หย่อน ไม่ใช่ลมที่หวีดผ่านช่องแคบ และอย่างที่สามคือรูปทรงของเสียง เสียงกรนจำนวนมากเริ่มเบาแล้วค่อย ๆ ดังขึ้นตลอดหลายจังหวะหายใจ ขณะที่ทางเดินหายใจคลายตัวลง ส่วนการกรนที่ค่อย ๆ ดังขึ้นแล้วตัดเป็นความเงียบ ก่อนจะแตกด้วยเสียงสำลัก เป็นคนละรูปแบบ ซึ่งจะพูดถึงตอนท้าย

เทียบให้เห็นภาพ นี่คือเสียงของคลิปจากตัวแอปเอง เป็นเสียงกรนระดับปานกลางทั่วไปที่อัดจากโต๊ะข้างเตียง

คลิปตัวอย่างความยาว 4 วินาทีจาก Snorly

เสียงกรนดังกี่เดซิเบล

เสียงกรนส่วนใหญ่อยู่ระหว่างเสียงตู้เย็นทำงานกับเสียงเครื่องดูดฝุ่น ตารางนี้ใช้ระดับอ้างอิงในชีวิตประจำวันของ CDC โดยวางตำแหน่งการกรนไว้ตรงจุดที่การวัดในคลินิกมักได้ผล

ระดับ เทียบเสียงในชีวิตประจำวัน (CDC) การกรนที่ระดับนี้
10 dB การหายใจปกติ หลับเงียบสนิท
30 dB เสียงกระซิบเบา ๆ เสียงหายใจทางปากแผ่ว ๆ
40 dB เสียงตู้เย็นทำงาน กรนเบา ได้ยินได้ในห้องที่เงียบ
50 dB ฝนตกปานกลาง กรนระดับเบา จุดที่เริ่มเรียกว่า "ดัง"
60 dB การสนทนาปกติ กรนระดับปานกลาง ได้ยินลอดประตูที่ปิดอยู่
70 dB เครื่องซักผ้า เครื่องล้างจาน กรนเสียงดัง รบกวนคู่นอนทุกคืน
80 ถึง 85 dB เสียงจราจรจากในรถ เครื่องตัดหญ้าแบบใช้น้ำมัน ดังมาก ได้ยินถึงห้องข้าง ๆ
90 dB ขึ้นไป เครื่องเป่าใบไม้และดังกว่านั้น พบได้ยาก สถิติ 111.6 dB อยู่ในระดับเสียงไซเรน

เดซิเบลเป็นสเกลลอการิทึม การเพิ่มขึ้น 10 dB ฟังดูดังขึ้นราว 2 เท่า คนที่กรน 70 dB จึงดังกว่าคนที่กรน 50 dB ราว 4 เท่าเมื่อฟังด้วยหู

กรน 40 dB ถือว่าดังไหม

ไม่ดัง 40 dB คือเสียงตู้เย็นในครัวที่เงียบ ในห้องนอนที่ปิดหน้าต่าง เสียงระดับนี้ได้ยินอยู่ แต่ดังกว่าเสียงพื้นของห้องเพียงเล็กน้อย และคนส่วนใหญ่จะเรียกมันว่าเสียงคราง มันจะกลายเป็นปัญหาก็ต่อเมื่อมีคนหลับไม่สนิทนอนอยู่ห่างไป 30 ซม.

ระยะทางคือกับดักของทุกตัวเลขที่โทรศัพท์บอกคุณ เสียงกรนที่อ่านได้ 40 dB บนโทรศัพท์ที่อยู่ห่างศีรษะ 1 ม. จะไปถึงหูของคู่นอนที่ราว 50 dB เพราะเสียงจะเพิ่มขึ้นราว 6 dB ทุกครั้งที่ระยะทางลดลงครึ่งหนึ่ง ถ้าแอปบอกว่า 40 แต่คู่นอนบอกว่า "ดัง" แปลว่าถูกทั้งคู่

ระดับความดัง 4 ระดับในแอปอัดเสียงกรนหมายถึงอะไร

เงียบ เบา ปานกลาง และรุนแรง คือ 4 ระดับที่ Snorly ติดไว้กับแต่ละคลิป และเป็นค่าเปรียบเทียบ ไม่ใช่ค่าสัมบูรณ์ ไมโครโฟนโทรศัพท์ที่ไม่ได้สอบเทียบและอยู่ห่างเท่าไรก็ไม่รู้แน่ วัดค่า dB SPL แบบเครื่องวัดเสียงไม่ได้ แอปจึงจับสัญญาณที่รับเข้ามาไปแมปกับสเกลคงที่ แล้วแบ่งเป็น 4 โซน เงียบคือเสียงพื้นหลัง เบาคือเสียงครางเบา ๆ ปานกลางคือระดับที่คู่นอนจะบ่น และรุนแรงคือปลายสุดของสเกล

ระดับเหล่านี้ป้อนเข้าไปในคะแนนรายคืนที่มีช่วง 0 ถึง 100 โดย 100 หมายถึงไม่มีการกรน และนาทีระดับรุนแรงมีน้ำหนักมากกว่านาทีระดับเบา ระดับเหล่านี้ดีอยู่อย่างเดียวคือใช้เทียบคืนของตัวเอง วางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมทุกคืน แล้วระดับรุนแรงของวันอังคารจะมีความหมายเท่ากับของวันศุกร์ แต่ถ้าย้ายที่วาง ป้ายกำกับก็จะเลื่อนตาม สูตรคำนวณอยู่ในหน้าคะแนนการกรน

กรนจากจมูกกับกรนจากปาก เสียงต่างกันอย่างไร

ตำแหน่งที่เกิดการสั่นเปลี่ยนระดับเสียงสูงต่ำ และคุณมักฟังออกได้จากคลิป British Snoring and Sleep Apnoea Association แบ่งคนที่กรนออกเป็นแบบจมูก แบบปาก และแบบลิ้น พร้อมวิธีทดสอบตัวเองแบบง่าย และเสียงที่ได้ยินก็สอดคล้องกับการแบ่งแบบนั้น

ประเภท จุดที่สั่น เสียงเป็นอย่างไร มักแย่ลงเมื่อ
จมูก รูจมูกและโพรงจมูก สูงกว่า บางกว่า คล้ายเสียงหวีดหรือครืดคราด และหุบปากอยู่ เป็นหวัด ภูมิแพ้ ผนังกั้นจมูกคด
เพดานอ่อน (ปาก) เพดานอ่อนและลิ้นไก่ ทุ้ม ครืดคราดคล้ายเสียงสะบัด แบบเสียงกรนในการ์ตูน และอ้าปากอยู่ ดื่มแอลกอฮอล์ นอนหงาย ปากแห้ง
โคนลิ้น โคนลิ้นที่ชนกับผนังคอ ลึก ก้องในลำคอ บางครั้งคล้ายเสียงสำลัก และไม่สม่ำเสมอ นอนราบหงาย ยากล่อมประสาท คอที่หนาขึ้น

คนส่วนใหญ่ผสมกัน 2 แบบ จมูกที่ตันบังคับให้อ้าปาก คนที่กรนจากจมูกจึงมีเสียงจากเพดานอ่อนด้วย และการพลิกไปนอนหงายก็ดึงลิ้นเข้ามาร่วมอีก นี่คือเหตุผลที่เสียงกรนของคนคนเดียวเปลี่ยนไปได้ตลอดคืน การไล่ดูทีละสาเหตุอยู่ในทำไมเราถึงนอนกรน

ทำไมหุบปากแล้วยังกรน

เพราะเสียงมาจากทางจมูก หรือมาจากเพดานอ่อนที่สั่นกระทบโคนลิ้น การกรนแบบหุบปากมักมีระดับเสียงสูงกว่า และเป็นรูปแบบที่เชื่อมโยงกับจมูกที่แคบหรือคัดจมูกบ่อยที่สุด ลองตอนตื่นก็ได้ หุบปากแล้วหายใจเข้าทางจมูกแรง ๆ ถ้าคุณทำเสียงกรนแบบนั้นได้ แปลว่าจมูกของคุณแคบพอที่จะทำแบบนั้นตอนหลับ

และนี่ก็เป็นการกรนแบบที่แผ่นแปะขยายจมูก ที่ถ่างจมูก และการรักษาอาการคัดจมูกช่วยได้มากที่สุด เพราะมันเปิดช่องทางเดินอากาศจุดเดียวกับที่ทำให้เกิดเสียงพอดี ลองทดสอบดู คืนหนึ่งติดแผ่นแปะ อีกคืนไม่ติด วางโทรศัพท์ที่เดิม แล้วเทียบคลิปกัน

เสียงกรนแบบไหนที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญฟัง

สิ่งที่ต้องฟังไม่ใช่ความดัง แต่คือความเงียบ เสียงกรนที่ค่อย ๆ ดังขึ้นตลอดหลายจังหวะหายใจ แล้วหยุดสนิทไป 10 วินาทีขึ้นไป จากนั้นเริ่มใหม่ด้วยเสียงเฮือก เสียงสำลัก หรือเสียงคล้ายสำลักน้ำลาย คือรูปแบบที่ NHLBI อธิบายไว้สำหรับภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ส่วนการกรนสม่ำเสมอ แม้จะดัง ก็เป็นคนละเสียงกัน

คลิปที่ 4 ตอนต้นบทความคือลำดับแบบนั้นพอดี กรน 8 วินาที เงียบ 32 วินาที แล้วกรนอีกครั้ง การอัดเสียงด้วยโทรศัพท์จับรูปแบบนี้ได้ชัดเจน และแค่นั้นก็คุ้มที่จะเอาไปให้แพทย์ดู แต่มันบอกไม่ได้ว่าระดับออกซิเจนของคุณลดลงระหว่างช่วงเงียบหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่การตรวจการนอนหลับวัด และเป็นสิ่งที่แอปวินิจฉัยไม่ได้ ทั้งสองรูปแบบเทียบกันทีละนาทีในกรนธรรมดากับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

คืนนี้ทำอะไรได้บ้าง
  1. วางโทรศัพท์คว่ำหน้าจอบนโต๊ะข้างเตียง ห่างจากหมอน 0.5 ถึง 1 ม. และวางที่จุดเดิมทุกคืน เพื่อให้ระดับความดังเทียบกันได้
  2. อัดเสียงด้วยแอปที่อัดเมื่อได้ยินเสียงกรนหรือแอปบันทึกเสียง เปิดโหมดห้ามรบกวน และเปิดพัดลมหรือหน้าต่างตามปกติ
  3. ตอนเช้า ให้เปิดคลิปที่ดังที่สุดแล้วสังเกตระดับเสียงสูงต่ำ เสียงบางและหวีดคือจมูก เสียงทุ้มครืดคราดคือเพดานอ่อน เสียงก้องในลำคอคือลิ้น
  4. คลิปไหนที่เสียงกรนหยุดไป 10 วินาทีแล้วกลับมาพร้อมเสียงเฮือก ให้เก็บไว้ให้แพทย์ดู
Snorly app icon

คืนนี้ลองฟังเสียงกรนของตัวเองSnorly อัดเสียงเฉพาะตอนที่ได้ยินเสียงกรน แล้วเปิดให้ฟังตอนเช้า ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครบัญชี ไม่จำกัดจำนวนคืน

ดาวน์โหลดบน App Store

คำถามที่เกี่ยวข้อง

เสียงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นอย่างไร

เป็นเสียงกรนที่ค่อย ๆ ดังขึ้นตลอดหลายจังหวะหายใจ แล้วหยุดเงียบไป 10 วินาทีขึ้นไป จากนั้นเริ่มใหม่ด้วยเสียงเฮือก เสียงสำลัก หรือเสียงคล้ายสำลักน้ำลาย ตัวบ่งชี้คือความเงียบ ไม่ใช่ความดัง NHLBI ระบุการกรนเสียงดังร่วมกับช่วงหยุดหายใจและอาการเฮือกไว้ในสัญญาณหลัก ไฟล์บันทึกแสดงรูปแบบนี้ได้ แต่มีเพียงการตรวจการนอนหลับเท่านั้นที่ยืนยันได้

ทำไมตอนตื่นอยู่ เสียงหายใจถึงคล้ายเสียงกรน

เสียงหายใจที่ดังตอนตื่น โดยเฉพาะทางจมูก มักแปลว่าโพรงจมูกแคบลง ไม่ว่าจะจากอาการคัดจมูก ภูมิแพ้ ผนังกั้นจมูกคด หรือเยื่อบุจมูกบวม และมักบอกล่วงหน้าว่าจะกรนจากจมูกตอนกลางคืน ถ้าอาการนี้เพิ่งเกิด เป็นต่อเนื่อง หรือมีเสียงหวีดร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์แทนที่จะใช้แอปอัดเสียงกรน

โทรศัพท์วัดเสียงกรนเป็นเดซิเบลได้ไหม

ได้แค่เชิงเปรียบเทียบ ไมโครโฟนโทรศัพท์ไม่ได้สอบเทียบและอยู่ห่างเท่าไรก็ไม่รู้แน่ ค่าที่อ่านได้จึงไม่ใช่ dB SPL สิ่งที่มันทำได้ดีคือเทียบคืนหนึ่งกับอีกคืนหนึ่งเมื่อวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม ให้มองตัวเลขในแอปเป็นสเกลสำหรับคืนของคุณเอง ไม่ใช่เครื่องวัดเสียง

การกรนเสียงดังอันตรายไหม

การกรนเสียงดังโดยตัวมันเองเป็นเรื่องน่ารำคาญ แต่มันเป็นคำถามข้อแรกของแบบคัดกรอง STOP-BANG เพราะคนที่กรนดังที่สุดมีโอกาสเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากกว่า ถ้าดังร่วมกับช่วงหยุดหายใจ อาการเฮือก ปวดหัวตอนเช้า หรือง่วงตอนกลางวัน ก็ควรไปพบแพทย์ แต่ถ้าดังและสม่ำเสมอโดยไม่มีอาการเหล่านั้นเลย นั่นคืองานหาสาเหตุ ไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน

แหล่งอ้างอิง

Snorly เป็นแอปอัดและติดตามเสียงกรน ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ แอปไม่วินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือโรคใด ๆ หากคุณสังเกตเห็นการหยุดหายใจ อาการเฮือก หรือง่วงมากตอนกลางวัน ควรปรึกษาแพทย์